หัวใจเต้นผิดจังหวะ อันตรายไหม? วิธีสังเกตรักษาเบื้องต้นและแนวทางการรักษา

         โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) เป็นภาวะที่หัวใจเต้นเร็วเกินไป ช้าเกินไป หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าภายในหัวใจ ภาวะนี้พบได้ในหลายช่วงวัย และอาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวหรือเกิดเป็นระยะยาว ขึ้นอยู่กับสาเหตุพื้นฐานของผู้ป่วยแต่ละราย แม้บางกรณีอาจไม่รุนแรง แต่บางครั้งอาจเป็นสัญญาณของภาวะที่ต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ควรรู้

อาการของหัวใจเต้นผิดจังหวะอาจเกิดขึ้นได้ทั้งในช่วงพักหรือทำกิจกรรม บางคนอาจรู้สึกเพียงเล็กน้อย แต่บางรายอาจเกิดอาการรุนแรง เช่น

  • ใจสั่น เหมือนหัวใจเต้นแรงหรือสะดุดเป็นช่วง ๆ
  • เหนื่อยง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะขณะออกแรง
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด หรือวูบหมดสติ
  • เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่มหากพบอาการเหล่านี้บ่อยครั้ง ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) หรือการติดเครื่องบันทึกหัวใจ (Holter Monitor) เพื่อวิเคราะห์จังหวะการเต้นโดยละเอียด

หัวใจเต้นผิดจังหวะ อันตรายไหม?

โดยทั่วไป ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

  1. ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดไม่รุนแรงเช่น หัวใจเต้นเร็วเป็นพัก ๆ มักเกิดจากความเครียด คาเฟอีน หรือการพักผ่อนไม่พอ ซึ่งมักดีขึ้นเมื่อปรับพฤติกรรม
  2. ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดรุนแรงเช่น Atrial Fibrillation หรือ Ventricular Tachycardia ซึ่งอาจทำให้เกิดลิ่มเลือด อัมพาต หรือหัวใจหยุดเต้นได้

ดังนั้น หากมีอาการใจสั่นร่วมกับเหนื่อย แน่นหน้าอก หรือวูบ ควรรีบไปโรงพยาบาลโดยทันที เพราะอาจเป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดอันตราย

หัวใจเต้นผิดจังหวะ กับการรักษาเบื้องต้นและแนวทางดูแล

วิธีรักษาเบื้องต้นของโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง โดยแพทย์อาจใช้ยาเพื่อลดอัตราการเต้นของหัวใจ หรือใช้เครื่องมือทางการแพทย์ เช่น การจี้ไฟฟ้าหัวใจ (Catheter Ablation) เพื่อทำลายจุดที่ส่งสัญญาณไฟฟ้าผิดปกติ นอกจากนี้ยังมีการฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจในรายที่หัวใจเต้นช้าผิดปกติหีอเต้นผิดจังหวะที่รุนแรงบางอย่าง

ผู้ป่วยสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้ด้วยการปรับพฤติกรรม เช่น

  • หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • พักผ่อนให้เพียงพอและลดความเครียด
  • ออกกำลังกายอย่างพอเหมาะภายใต้คำแนะนำของแพทย์

อาหารบํารุงหัวใจเต้นผิดจังหวะ

อาหารที่ช่วยให้หัวใจแข็งแรง ได้แก่ ปลาแซลมอน อะโวคาโด ถั่วเปลือกแข็ง กล้วย และผักใบเขียว ซึ่งอุดมด้วยโพแทสเซียมและแมกนีเซียม ช่วยควบคุมจังหวะไฟฟ้าของหัวใจได้ดี ควรหลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัด ไขมันสูง และอาหารแปรรูป ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอาจเริ่มจากอาการเล็กน้อยแต่สามารถรุนแรงขึ้นได้ การสังเกตอาการเบื้องต้นและเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธีจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคต อย่ามองข้ามสัญญาณของหัวใจ เพราะการดูแลตั้งแต่วันนี้จะช่วยให้หัวใจของคุณเต้นได้อย่างเป็นจังหวะและแข็งแรงตลอดไป

โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ รักษาอย่างไร? (เมื่อพบแพทย์)

การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและประเภทของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น

  • การใช้ยา เพื่อลดหรือควบคุมจังหวะการเต้น
  • การทำหัตถการ Ablation เพื่อทำลายจุดที่เกิดสัญญาณไฟฟ้าผิดปกติ
  • การฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker)
  • การดูแลปัจจัยเสี่ยงร่วม เช่น ความดัน ไขมัน เบาหวาน

การป้องกันภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

  • ลดเครียด สร้างสมดุลการพักผ่อน
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในระดับที่เหมาะสม
  • ควบคุมความดันและระดับน้ำตาลในเลือด
  • หลีกเลี่ยงบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
  • รับประทานอาหารที่ดีต่อหัวใจ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช และปลาที่มีโอเมก้า-3

หัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นภาวะที่พบได้บ่อยและมีระดับความรุนแรงแตกต่างกัน ตั้งแต่อาการใจสั่นเล็กน้อยจนถึงภาวะที่ต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์ การทำความเข้าใจอาการ สาเหตุ และวิธีดูแลเบื้องต้นช่วยให้ผู้ป่วยรับมือได้ดีขึ้น และลดความกังวลได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม การตรวจประเมินจากแพทย์เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดหากสงสัยว่ามีอาการผิดปกติ

FAQ — คำถามที่พบบ่อย
Q. หัวใจเต้นผิดจังหวะอันตรายไหม?

     A. บางประเภทไม่รุนแรง แต่บางกรณีอาจต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับสาเหตุและอาการร่วมของแต่ละบุคคล

Q. ใจสั่นบ่อย ๆ ถือว่าเป็นหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือไม่?

     A. ไม่เสมอไป ใจสั่นอาจเกิดจากความเครียดหรือคาเฟอีน แต่หากเกิดบ่อยหรือมีอาการร่วม เช่น เวียนศีรษะ ควรตรวจเพิ่มเติม

Q. หัวใจเต้นผิดจังหวะรักษาเองได้ไหม?

     A. สามารถดูแลเบื้องต้นได้ เช่น ลดคาเฟอีน พักผ่อน หรือควบคุมลมหาใจ แต่ไม่แทนการประเมินของแพทย์

Q. หัวใจเต้นผิดจังหวะเกิดจากอะไร?

     A. เกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ ความเครียด หรือโรคประจำตัวบางชนิด

Q. เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

     A. เมื่อมีอาการซ้ำบ่อย แน่นหน้าอก เวียนศีรษะ เหนื่อยผิดปกติ หรือหมดสติ ควรได้รับการประเมินทันที

หากคุณมีอาการใจสั่น เหนื่อยง่าย หรือสงสัยว่ามีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ควรรีบเข้ารับการตรวจและปรึกษาแพทย์เฉพาะทางหัวใจ โรงพยาบาลนวเวชพร้อมดูแลด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีทันสมัย โทร. 1507