โรคหัวใจและหลอดเลือด (Heart Disease) โรคหัวใจห้ามกินผลไม้อะไร
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้เปิดเผยว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย โดยมีจำนวนมากถึงปีละ 7 หมื่นราย และพบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกกลุ่มวัย โดยโรคหัวใจ (Heart Disease) มีความหมายถึงโรคที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ ซึ่งโรคหัวใจนี้สามารถแบ่งย่อยออกมาได้หลายโรค เช่น เส้นเลือดหัวใจตีบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง โรคลิ้นหัวใจตีบ/รั่ว โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เป็นต้น ซึ่งแต่ละโรคจำเป็นต้องได้รับการตรวจอย่างละเอียด เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ สาเหตุการเกิดโรคหัวใจนั้นมีหลากหลายประเด็น และในผู้ป่วยบางรายก็ไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด โดยโรคหัวใจบางกลุ่มมีปัจจัยเสี่ยง ซึ่งบางปัจจัยสามารถป้องกันได้ ดังนี้
ปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ
1. อายุ พบว่าคนเป็นโรคหัวใจมักจะพบได้เมื่ออายุ เกิน 40 ปี ขึ้นไป แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน อายุของผู้ป่วยโรคหัวใจพบว่าน้อยลงเรื่อยๆ อาจพบได้ตั้งแต่ อายุ 30-40 ปี
2. ประวัติโรคหัวใจและหลอดเลือดในครอบครัว พบว่าหากมีสมาชิกสายตรงในครอบครัวมีประวัติโรคหลอดเลือดหัวใจตั้งแต่อายุยังน้อย (เพศชายอายุน้อยกว่า 55 ปี, เพศหญิงอายุน้อยกว่า 65 ปี)จะทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้นและควรได้รับการตรวจสุขภาพเพื่อป้องกันแต่แรก
3. เพศ พบว่าเพศชายจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจมากกว่าเพศหญิง อย่างไรก็ตามพบว่าเพศหญิงจะมีความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน
4. ความดันโลหิตสูง ภาวะความดันโลหิตสูงเป็นภัยเงียบที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจและคุมความดันให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม (ค่าปกติ ความดันตัวบนไม่ควรเกิน 120 มิลลิเมตรปรอท และความดันตัวล่างไม่ควรเกิน 80 มิลลิปรอท)
5. ไขมันในเลือดสูง สามารถทราบได้จากการตรวจเลือดหาระดับไขมันในหลอดเลือด โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวมีภาวะไขมันในเลือดสูง
6. เบาหวาน คือภาวะที่มีน้ำตาลในหลอดเลือดสูง เกิดจากร่างกายดื้อต่ออินซูลิน หากร่างกายมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเป็นระยะเวลานานจะทำให้ผนังหลอดเลือดเสื่อม เป็นสาเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือดในภายหลังได้ การเป็นโรคหัวใจห้ามกินผลไม้อะไรก็สำคัญเหมือนกัน
7. การสูบบุหรี่ ทำให้มีความเสี่ยงของโรคหัวใจขาดเลือด และหัวใจวายเฉียบพลันมากขึ้น
8. ภาวะน้ำหนักเกินหรือดัชนีมวลกายที่มากกว่าเท่ากับ 30
9. การใช้สารเสพติดบางชนิด เนื่องจากสารบางชนิดอาจมีการกระตุ้นการทำงานหัวใจอย่างหนัก ทำให้เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้
10. การดำเนินชีวิตประจำวัน (Lifestyle) พบว่าหากในชีวิตประจำวันไม่ค่อยได้มีการเคลื่อนไหวร่างกาย(sedentary lifestyle) และมีความเครียด จะทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจมากขึ้น
11. ผู้ที่มีประวัติโรคหัวใจของสมาชิกสายตรงในครอบครัว เนื่องจากโรคหัวใจบางชนิดสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว, โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด, โรคไขมันในหลอดเลือดสูง
ใครที่ควรได้รับการตรวจโรคหัวใจ
การตรวจคัดกรองโรคหัวใจมีความจำเป็นเนื่องจากจะสามารถทำให้เราทราบปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจเบื้องต้นได้ ทราบได้ด้วยว่าโรคหัวใจห้ามกินผลไม้อะไร โดยกลุ่มที่แนะนำว่าควรได้รับการตรวจการทำงานของหัวใจมีดังนี้
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ รวมถึงหลอดเลือดสมอง
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง มีระดับไขมันสูง เป็นต้น
- มีสัญญาณเตือนจากอาการที่เกิดขึ้น เช่น เจ็บหน้าอก เหนื่อยง่ายผิดปกติ ใจสั่น หายใจลำบาก หัวใจเต้นผิดจังหวะ
- ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจหัวใจเนื่องจากมีความเสี่ยงสูง
- นักกีฬา หรือผู้ที่ต้องใช้พละกำลังในการแข่งขัน เพื่อประเมินอัตราการเต้นของหัวใจที่เหมาะสม
- กลุ่มคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายหรือมีความเครียดสะสมเป็นเวลานนาน
โรคหัวใจและหลอดเลือดเกี่ยวข้องกับการเลือกกินผลไม้อย่างไร?
ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดควรให้ความสำคัญกับ
- น้ำตาลในผลไม้
- ปริมาณโพแทสเซียม
- โซเดียมจากผลไม้ดองหรือแปรรูป
- วิธีการกิน เช่น น้ำผลไม้ปรุงสำเร็จ
ผลไม้หลายชนิดให้วิตามินและไฟเบอร์สูง แต่บางชนิดอาจทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลสูงเกินไป หรือเพิ่มภาระต่อหัวใจในบางภาวะได้ ดังนั้นการเลือกให้เหมาะสมจึงจำเป็นมาก
ผลไม้ที่ผู้ป่วยโรคหัวใจควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัด
1) ผลไม้หวานจัด เช่น ทุเรียน ลำไย องุ่น ผลไม้หวานจัดมีน้ำตาลสูง เมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลเร็วเกินไป อาจส่งผลต่อระดับพลังงานและภาระของการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งสัมพันธ์กับสุขภาพหัวใจ ควรจำกัด ไม่ควรกินในปริมาณมากต่อครั้ง
2) ผลไม้ดองหรือผลไม้แปรรูปที่มีโซเดียมสูง ตัวอย่าง เช่น
- มะม่วงดอง
- บ๊วยดอง
- ผลไม้แช่อิ่ม
- ผลไม้ปรุงรสต่าง ๆ
อาหารดองมักมีโซเดียมสูง ซึ่งอาจเพิ่มภาระการไหลเวียนเลือดและไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด
3) น้ำผลไม้สำเร็จรูปหรือน้ำผลไม้เติมน้ำตาล แม้ทำจากผลไม้ แต่ผ่านการปรุงแต่งและมักมีน้ำตาลสูงกว่าผลไม้สด ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น:
- ระดับน้ำตาลเพิ่มเร็ว
- ร่างกายต้องทำงานหนักในการควบคุมระดับพลังงาน
- ความเสี่ยงต่อการบริโภคเกินปริมาณที่เหมาะสม
4) ผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูงในผู้ป่วยที่แพทย์แนะนำให้จำกัด ส่วนใหญ่ผลไม้โพแทสเซียมสูงเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ แต่ผู้ป่วยบางราย เช่น ผู้มีภาวะไตทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพร่วมกับโรคหัวใจ อาจจำเป็นต้องควบคุมปริมาณ ผลไม้กลุ่มนี้ เช่น
- กล้วย
- อะโวคาโด
- มะเขือเทศ
- ส้มบางชนิด
ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเป็นหลัก
FAQ — คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผลไม้และโรคหัวใจ
Q. ผู้ป่วยโรคหัวใจกินผลไม้ได้ไหม?
A. ได้ สามารถกินได้ แต่ควรเลือกชนิดที่เหมาะสมและไม่หวานจัด รวมถึงควบคุมปริมาณในแต่ละวัน
Q. ผลไม้กลุ่มไหนควรระวังมากที่สุด?
A. ผลไม้หวานจัด ผลไม้ดอง และน้ำผลไม้ปรุงสำเร็จ ควรจำกัดเป็นพิเศษ
Q. โรคหัวใจกินทุเรียนได้ไหม?
A. สามารถกินได้เป็นบางครั้ง แต่ควรจำกัดปริมาณ เพราะมีน้ำตาลและพลังงานสูง
Q. ผลไม้โพแทสเซียมสูงไม่ดีต่อหัวใจหรือไม่?
A. โดยทั่วไปเป็นผลไม้ที่ดีต่อหัวใจ แต่บางรายที่ต้องจำกัดโพแทสเซียมตามคำแนะนำแพทย์ควรควบคุมปริมาณ
Q. น้ำผลไม้แทนผลไม้สดได้ไหม?
A. น้ำผลไม้สำเร็จรูปมักมีน้ำตาลสูง ควรเลือกผลไม้สดหรือคั้นสดโดยไม่เติมน้ำตาลแทน