“เล่าเบาหวาน...ผ่านเท้า” E.P.4 : เมื่อเท้าเบาหวาน...ต้องการดูแล
เท้าเบาหวานมีคุณค่า อย่าชะล่าใจ ควรได้รับการตรวจอย่างครบถ้วนและทดสอบความรู้สึกอย่างน้อยปีละครั้ง รวมทั้งมีความรู้ดูแลเท้า คนเราสระผมเกือบทุกวัน ตัดผมทุก 1-2 เดือน แต่ต้องเตือนให้คอยดูแลเท้าบ่อย ๆ น่าน้อยใจแทนเท้า โรคเบาหวานไปพบแพทย์ตรวจรักษาเป็นระยะ ๆ แล้วเท้าเบาหวานจะดูแลเป็นประจำได้อย่างไร
ตัดเล็บเท้า ดูเหมือนของง่าย แต่ไม่วายเกิดเรื่อง เช่น ตัดลึกเกินไป เกิดแผลเลือดออก มีโอกาสติดเชื้อ โดยเฉพาะผู้ที่ตาไม่ดี หรือเท้าชาจนไม่รู้สึกเจ็บ ตัดไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดเล็บขบตามหลัง บางรายก็มีเล็บงอกแทงเข้าไปในเนื้อ (เล็บขบ หรือ ingrown toenails) ถ้าอักเสบก็ตามมาด้วยปวด บวม แดง เป็นหนอง และลุกลามได้ ตัดไม่ถึง เพราะอ้วนเกินไปก้มไม่ลง ตัดไม่ได้ เพราะตามองไม่เห็น หรือเป็นอัมพาต บางคนเลยปล่อยเล็บ ยาว แห้ง แข็ง ดำ สกปรก หรือฉีกขาดเอง แล้วมีโอกาสติดเชื้ออักเสบลุกลามเป็นเรื่องใหญ่ภายหลัง การดูแลเล็บเท้าให้สะอาด และตัดเล็บเท้าให้สั้นพอดี เป็นส่วนหนึ่งการดูแลสุขภาพเท้า
ขูดหรือฝานหนังหนาหรือตาปลา เท้าที่ถูกกดทับบีบรัดเสียดสี มีโอกาสเกิดหนังหนาหรือตาปลาขึ้น และมีโอกาสเป็นแผล การขูดหรือฝาน ต้องรักษาความสะอาดด้วยวิธีการที่ถูกต้อง และระมัดระวังไม่ให้เกิดอันตรายหรือเป็นแผลได้ บางรายใช้มีดหรือกรรไกรปาดตัดดึงขูดแคะอย่างปราศจากความรู้ นำไปสู่การเกิดแผลอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผสมกับติดเชื้อ ก็เอื้อเฟื้อลุกลามอักเสบเป็นหนอง
การดูแลสภาพผิวหนังเท้า ผิวแห้งเกินไป ชื้นเกินไป เชื้อราซอกนิ้วเท้า หรือที่เล็บ การแนะนำใช้โลชั่นทาเท้า หรือการใช้แป้งโรย ตลอดจนรองเท้าที่ใช้อยู่เหมาะสมหรือไม่
หากคิดเอาใจเท้า ขอให้เท้าได้รับบริการบ้าง เหมือนอย่างตัดสระย้อมแต่งทรงผมบนศีรษะ จัดว่าไม่ประมาท ไม่พลาดดูแลเท้า คอยเอาใจใส่ แม้ไม่มีอาการ ถ้าเท้าผิดปกติ อย่ารีรอรีบพบแพทย์ อาการที่เท้าเกิดได้หลายอย่าง บางครั้งสะท้อนถึงโรคตามระบบ ไม่ใช่พบผิดปกติเฉพาะเท้า
บวม อาการที่พบได้บ่อย จากสาเหตุหลายอย่าง บวมเท้าสองข้าง สะท้อนถึงโรคตามระบบหลายอย่าง ตั้งแต่ ตับ ไต หัวใจ ไทรอยด์ ขาดอาหาร เป็นต้น อาจจะบวมข้างเดียว เช่น การอักเสบเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ข้ออักเสบ หลอดเลือดดำอักเสบ การอุดกั้นเฉพาะที่ของหลอดเลือดดำหรือท่อน้ำเหลือง เป็นต้น
ปวด เป็นอาการที่นำมาพบแพทย์ได้บ่อย อาจจะปวดที่ส้นเท้า / ฝ่าเท้า จากอักเสบเยื่อพังผืดที่รับน้ำหนักตัวมากเกินไป อุบัติเหตุ หกล้ม ถูกเหยียบ ทับหรือกระแทก เกิดฟกช้ำ บวม ซ้น หัก เป็นต้น ปวดจากการอักเสบติดเชื้อของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง (cellulitis, soft tissue infection) หรือเป็นฝี เป็นหนอง หรือเป็นแผลอักเสบ หรือปวดจากการอักเสบของข้อ เช่น จากโรคเกาต์ ข้ออักเสบรูห์มาตอยด์ หรือข้ออักเสบจากการติดเชื้อเป็นต้น ปวดจากหลอดเลือดแดงตีบ เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเวลาเดินออกกำลังกาย มีอาการปวดที่น่อง เดินต่อไม่ไหว ระยะทางที่สามารถเดินได้จะสั้นเข้าๆตามระยะเวลาที่เป็นนานขึ้น และการไหลเวียนเลือดที่ลดลงมากขึ้น ในเบาหวานที่มีโรคแทรกซ้อนจากปลายประสาทอักเสบที่ทำให้ชา อาการปวดจะลดลงหรือไม่ค่อยปวดเลยแม้กระทั่งกระดูกหักยังไม่รู้สึกปวดก็มี
ชา ปลายประสาทอักเสบเป็นโรคแทรกซ้อนระยะท้ายของเบาหวาน ประสาทรับความรู้สึกลดลงจน ทั้งความรู้สึกสัมผัส เจ็บปวด ร้อนเย็น และการทรงตัว เท้าเบาหวานที่เป็นมานาน จึงพาลเดินเซ หรือสะดุดได้ง่าย หรือไม่รู้สึกเจ็บปวด ร้อนเย็นเมื่อเหยียบหรือสัมผัสของแข็ง ของมีคม ถ่านไฟ น้ำร้อน เป็นต้น และนำไปสู่การเกิดแผลได้ง่าย จึงเสมือนกลไกการป้องกันผิวหนังสูญเสียไป ไม่สามารถหลบหลีก ปลีกเท้าหนีจากสิ่งที่ทำร้ายผิวหนัง
เชื้อรา ที่เล็บและซอกนิ้ว บางเท้าเป็นเชื้อราที่เล็บโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่เล็บเดียว แต่เป็นเกือบทุกนิ้ว บ้างเป็นที่ซอกนิ้ว จากความอับชื้น ทำให้คัน และลอกเป็นแผลได้ และมีโอกาสติดเชื้อ
อักเสบ อาการอักเสบคือ ปวด บวม แดง ร้อน ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อ บางครั้งเกิดจากข้ออักเสบที่ไม่ใช่เชื้อโรค เช่น ข้ออักเสบจากโรคเกาต์ ข้ออักเสบรูห์มาตอยด์ เป็นต้น ถ้าการอักเสบนั้นเกิดจากแผล ก็มีการฉีดขาดของผิวหนังมาก่อน และแผลสกปรก มีเชื้อโรค ลุกลามให้อักเสบ กลายเป็นหนองและเนื้อตาย ในรายที่เท้าชา ก็จะไม่รู้สึกเจ็บ กว่าจะรู้ว่ามีแผล หรือแผลอักเสบ บางทีก็ลุกลามมากมาย ต้องใช้เวลานานในการรักษา และสูญเสียเนื้อเยื่อ หรือถึงกับเสียอวัยวะบางส่วน เช่น ตัดนิ้วเท้า เป็นต้น
แผล เป็นการฉีกขาดของผิวหนัง หรือผิวหนังพองเป็นน้ำเหลืองหรือหนอง ไม่ว่าจากอุบัติเหตุหรือเหตุใดเหตุหนึ่ง หรือจากแผลกดทับ เมื่อเกิดแผล ถ้ารู้ตัวเร็ว รักษาแผลให้ดี ทำความสะอาดให้ถูกต้อง ก็จะหายได้เร็ว แต่ถ้าชะล่าใจ ปล่อยทิ้งนาน เบาหวานรักษาไม่ดี แผลเกิดอักเสบ ก็ลุกลามใหญ่โตได้ มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ที่ตัดเท้าจากแผลเบาหวาน สามารถป้องกันได้ หากดูแลรักษาและเอาใจใส่เท้าแต่แรก รวมทั้งควบคุมเบาหวานให้อยู่ในเกณฑ์ดี
เนื้อตาย (gangrene) หลอดเลือดแดงตีบมากจนนำเลือดไปเลี้ยงไม่พอ ทำให้ส่วนปลายของเท้าขาดเลือด เกิดเนื้อตายเป็นสีดำ และลามขึ้นมาข้างบนได้เรื่อย ๆ ในบางราย เป็นมากจนนิ้วเท้าแห้งหลุดร่วงไปเอง เริ่มจากอาการปวดเท้าเวลาเดินมาก ระยะเวลาที่เดินสั้นเข้า ๆ ผิวหนังมัน เลี่ยน ขนหลุดล่วง เล็บเท้าไม่งอก กลางคืนปวดเท้าจากหลอดเลือดหดตัว เป็นมาก ๆ สีที่ปลายเท้าเริ่มคล้ำขึ้น ๆ จนกลายเป็นเนื้อตาย และต้องตัดเท้าในที่สุด
เท้าเบาหวานต้องอาศัยการดูแลอย่างสม่ำเสมอ เหมือนดูแลผมและศีรษะ การตรวจเท้าให้ครบถ้วนประกอบด้วย
การดู ดูโครงสร้าง ลักษณะเท้า นิ้วเท้า เล็บ สีผิว ผิวหนัง ความสะอาด รอยแตก ตาปลา การบวม การติดเชื้อ เท้าผิดรูป
การคลำ คลำเท้า สัมผัสผิวหนัง ผิวปกติ แห้ง มัน หนา หยาบ ละเอียด ผิวแตก ตาปลา บวมกดบุ๋ม ร้อน เย็น คลำชีพจร เป็นต้น
ทดสอบความรู้สึก การทรงตัว การสั่นสะเทือน ความรู้สึกสัมผัส ร้อนเย็น เจ็บ
หากมีอะไรผิดปกติ นั่นแสดงว่าเท้าเริ่มเสี่ยงต่ออันตรายมากขึ้น เช่น ความรู้สึกสัมผัสต่อการกระตุ้นด้วยเส้นใยฟิลาเม้นเดี่ยว (monofilament) ผิดปกติ หมายถึงเริ่มมีปลายประสาทอักเสบแล้ว และมีโอกาสดำเนินโรคต่อไปเรื่อยๆจนเกิดอาการชา และเป็นลางบอกเหตุที่ถึงเวลาต้องควบคุมเบาหวานให้ดีที่สุด เพื่อชะลอการเกิดโรคแทรกซ้อนให้นานที่สุด เท้าเบาหวานต้องการดูดีได้ หากใส่ใจดูแลสม่ำเสมอ
คลิก > นัดหมายนพ.ธวัชชัย ภาสุรกุล
สนับสนุนข้อมูลโดย นพ.ธวัชชัย ภาสุรกุล
อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม